หน้าแรกโปรแกรมทัวร์ข้อมูลท่องเที่ยวรู้จักเราอัลบั้มรูปจัดกรุ๊ปส่วนตัว -ดูงานติดต่อเรา

เส้นทางสายไหม หลันโจว จางเย่ ตุนหวง

   

ทัวร์เส้นทางสายไหม 11วัน9คืน 
ธรรมชาติพิสุทธิ์มนต์เสน่ห์เทือกเขาทองคำอัลไต ล่องเรือชมทะเลสาบคานาสือ ชม หวูไฉ่ทาน หรือ หาดห้าสี สายการบิน


 กำหนดวันเดินทาง  -
    ราคา ติดต่อสอบถาม 02 116 5291-4
ดูรายการ        

  
กวางเจา อูรูมู่ฉี สือเหอจื่อ ป๋อเล่อ อี้หนิง นาราถี คู่เชอ 8 วัน ท่องดินแดนเส้นทางสายไหม สายการบิน CZ
 กำหนดวันเดินทาง  21-26 พฤศจิกายน 2560
                             9-14 ธันวาคม 2560
    ราคา ติดต่อสอบถาม 02 116 5291-4
ดูรายการ        


อูหลู่มู่ฉีเป็นดินแดนที่ได้รับสมญานามว่า “ดินแดนแห่งทุ่งหญ้าอันสวยงาม” หรือในภาษาจุนการ์ (มองโกล) เรียกว่า “อูรุมฉี” ซึ่งเป็นต้นกำเนิดแห่งบทเพลงอันคลาสสิก และ โรแมนติก เมืองอูหลู่มู่ฉี ตั้งอยู่บนท้องทุ่งที่ราบทางตอนเหนือของแนวเทือกเขาเทียนซาน เป็นเมืองหลวงของเขตซินเจียง เมืองอูหลู่มู่ฉี นับเป็นเมืองใหญ่ระดับเมืองหลวง ที่อยู่ห่างไกลจากชายฝั่ง ทะเลมากที่สุดในโลก ก่อนที่อูหลู่มู่ฉีจะได้รับการจัดตั้งให้เป็นเมืองนั้น เคยเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตรอันกว้างใหญ่ไพศาล ได้จัดตั้งขึ้นเป็นเมืองครั้งแรกในราชวงศ์ถัง เมื่อเส้นทาง สายไหมได้มีการค้าขายเจริญเติบโตมากขึ้น เมืองแห่งนี้จึงได้เป็นจุดแวะพักของกองคาราวานตามเส้นทางสายไหมสายทุ่งหญ้า

ตลาดต้าปาจา / Bazar

ตลาดต้าปาจา หรือ บาซาร์ (Bazar) เป็นแหล่งรวมสินค้าพื้นเมืองมากมาย ที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อของที่ระลึก อาทิ มีดเหล็กซินเจียง เครื่องเงินแบบอาหรับ แส้หางจามรี ผ้าพันคอสีสวย เสื้อผ้า พรมเปอร์เซีย ผลไม้ที่ขึ้นชื่ออย่างแตงฮามี่ ผลไม้อบแห้ง เช่น องุ่น แอปริคอด กีวี อินทผาลัม เลือกซื้อเมล็ดอัลมอนอบแห้ง เมล็ดวอลนัตอบแห้ง และถั่วอบแห้งชนิดต่างๆ รวมถึงอาหารท้องถิ่น แพะย่าง และสินค้าอื่นๆ อีกมาก

 

ทะเลสาบเทียนฉือ / Heaven Lake

ทะเลสาบเทียนฉือ (Tian Chi ) หรือ ทะเลสาบสวรรค์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ขึ้นชื่อที่สุดของเมืองอูหลู่มู่ฉี่ ที่นักเดินทางทุกคนที่มาเยือนจะต้องไม่พลาดไปชม ทะเลสาบเทียนฉือ เป็นทะเลสาบที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาเทียนซาน อยู่ห่างจากตัวเมืองอูหลู่มู่ฉีไปทางทิศตะวันตกประมาณ 110 กิโลเมตร ทะเลสาบเทียนฉือ ตั้งอยู่ในใจกลางของเทือกเขาเทียนซาน ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยขุนเขาหิมะทั้ง 4 ทิศ เทือกเขาเทียนซาน เป็นเทือกเขาที่มีขนาดใหญ่เขาหนึ่งในเอเชีย มีความยาวจากทิศตะวันออกสู่ทิศตะวันตกถึง 2,500 กิโลเมตร โดยอยู่ในประเทศจีน 1,800 กิโลเมตร และในประเทศคาซัคสถานอีก 700 กิโลเมตร เมื่อมองจากแผนที่อากาศ จะแลเห็นแนวเทือกเขาเลื้อยพาดผ่านดุจพญามังกร 3 ตัวกำลังคะนอง โดยมียอดเขาที่ถูกปกคลุม ด้วยหิมะอันขาวโพลนตลอดทั้งปีกว่าพันยอด ยอดเขาที่สูงที่สุดของเทียนซานสูงถึง 7,435 เมตร คือยอดกัวมูเออร์ และยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสองก็คือ ป้อเคอต้าซาน

ตำนานของทะเลสาบเทียนฉือ ได้เล่าไว้ในตำนาน มู่เทียนจื่อ (Mu Tian Zhi) ซึ่งทะเลสาบแห่งนี้นั้นเป็นที่ประทับของเจ้าแม่ซีหมู่หวาง (Xi Mu Wang) โจวมู่หวาง (Zhou Mu Wang) เป็นกษัตริย์ในราชวงค์โจวตะวันตก ได้เสด็จประพาสมาดินแดนในภาคตะวันตกไกล จนมาถึงเหยาฉือและได้มาพบพากับซีหมู่หวาง ซีหมู่หวางได้ให้การต้อนรับโจวมู่หวางเป็นอย่างดียิ่งทั้งสองได้สนทนากันอย่างสนิทสนมจนรู้ใจ ก่อนลาจากกันโจวหมู่หวางได้ มอบผ้าไหมจากนครฉางอานแก่ซีหมู่หวางเป็นที่ระลึก และซีหมู่หวางก็ได้มอบหยกขาวจากเทือกเขาคุนลุ้นโจวหมู่หวาง เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจยามห่างไกล และก่อนจากกัน เขาได้สัญญากันว่าอีกสามปีข้างหน้าจะควบม้าฝ่าทะเลทราย และขุนเขาอันยะเยือกเพื่อกลับมาหากัน เมื่อสามปีผ่าน ซีหมู่หวางเฝ้ารอคอยการกลับมาของโจวมู่หวางที่ตำหนักเหยาฉือด้วยความโศกเศร้าเชิงตัดพ้ออย่างรันทดใจที่มิได้พบหน้ากับโจวมู่หวางอีกเลย สถานที่แห่งนี้ จึงเป็นสถานที่ประทับ เหยาฉือของเจ้าแม่ซีหมู่หวาง โดยได้มีการสร้างศาลบูชาเจ้าแม่


ทุ่งหญ้าหนานซาน (ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์ม้าป่าจีน) / Nanshan Grassland

ทุ่งหญ้าหนานซาน อยู่ทางตอนใต้ของเทือกเขาเทียนซาน และเมืองอูหลู่มู่ฉี ทุ้งหญ้าแห่งนี้ตั้งอยู่บนที่ราบเชิงเขาเคอลาลู ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติของป่าเขา ลำธาน น้ำตก แมกไม้ และทุ่งหญ้าเขียวขจีที่สวยงาม สองข้างทางเป็นเนินเขาที่โล่งเตียนเสมือนเป็นที่ดินที่ไร้ประโยชน์ เขตหนานซานมีการเลี้ยงสัตว์มาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถังจนถึงสมัยราชวงศ์ชิง ในฤดูร้อนชาวเมืองอูหลู่มู่ฉีจะพากันพักตากอากาศบนเขาหนานซาน ที่มีอากาศเย็นสบายกว่าในเมือง บริเวณทุ้งหญ้าแห่งนี้จะม้าไว้คอยบริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากออกไปเที่ยวบริเวณรอบๆทุ่งหญ้า ม้าเหล่านี้เชื่อง ฝึกไว้ให้บริการกับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ โดยจะพาไปเที่ยวชนจุดต่างๆที่ห่างออกไป “วิถีชนเผ่าฮาชัก จะอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ ทุกคนกินข้าวหม้อเดียวกัน ภายในจะมีเครื่องปรุง เช่น กระเทียม หัวหอม แคร์รอต ใส่รวมกัน และมีความผูกพันกับม้าตั้งแต่ เด็ก ต้องดื่มนมม้า พอโตขึ้นก็หัดขี่ม้า และเลี้ยงม้า” ในปีหนึ่งหนุ่มสาวชาวฮาชักมักจะเลือกคู่ครองกันในช่วงฤดูร้อน คือประมาณในเดือนหก ประเพณีที่เรียกว่า “หนุ่มไล่สาว สาวไล่หนุ่ม” นับเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาเที่ยวได้ไม่น้อยเลยทีเดียว


เมืองเก่าเจียวเหอ / Jiaohe Old Town

เมืองเก่าเจียวเหอ ห่างจากถูหลู่ฟานไปทางตะวันตกประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นเมืองโบราณในศตวรรษที่ 6 ใสมัยราชวงค์เชอซอ ตระกูลตี๋ซื่อลักษณะเมืองจากเหนือถึงใต้ระยะยาว 1000 เมตร กว้างจากตะวันตกถึงตะวันออก 300 เมตร ยังพอจะเห็ซุ้มประตู ถนนหนทางและตึกรามบ้านช่องที่ริมถนนพร้อมทั้งตรอกซอย ตามที่สันนิษฐานทั่วทั้งเมืองแบ่งเป็น 3 เขต เขตวัดพุทธศาสนาตั้งอยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือบ้านพักอาศัยและชุมชน อยู่ที่ตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้วิเคราหะห์ว่าเป็นศูนย์ปกครองทางการเมืองของเจียวเหอ


เมืองเก่าเกาชาง / Gaochang Old Town

เมืองเก่าเกาชาง เป็นภาษาเวยอู้เอ่อ หมายความว่าด่านรักษาความมั่นคง ห่างจากถูหลู่ฟานไปทางตะวันออกประมาณ 40 กิโลเมตร เดิมเป็นเมืองหลวงของชนเผ่าเวยอู้เอ่อ ตระกูลจีซื่อ สันนิษญานว่า ตั้งขึ้นในสมัยราชวงศ์ฮั่น (ก่อน ค.ศ. 160 ปี) และมาร้างเมื่อสมัยราชวงค์หมิง ประมาณปี ค.ศ. 1450 มีอย่างชัดเจนเป็นกำแพงเมืองยาว 5 กิโลเมตร แบ่งเป็นกำแพงวัง กำแพงในและกำแพงนคร 3 ชั้น จัดวางแผนผังมีลักษณะนครฉางอานในสมัยราชวงศ์ถัง ภายในวังนอกมีวัดพุทธศาสนากว้าง 1 หมื่นตารางเมตร ยังสามรถเห็นสภาพของอุโบสถ วิหาร ประตูวัดและเจดีย์บริเวณริมวัดมีแท่นดินสูง 15 เมตร สันนิษฐานว่าเป็นตำหนักหลวงของพระราชวงของโคฮัน (เจ้าเมืองในเวลานั้น) มีโบราณวัตถุมากมาย ก่อน ค.ศ. 1950 มี “นักสำรวจ” ชาวรัสเซีย เยอรมัน อังกฤษ ญี่ปุ่น มาขโมยขุดเอาโบราณวัตุถไปมากมาย เพียงเยอรมันก็ขนไปประมาณ 400 กว่าลัง ปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามระนั่งรถม้า รถลา เข้าไปเที่ยวชมในเมืองเก่าเกาชางและเมืองเก่าเจียวเหอ


ทูลูฟาน (ข่านเอ๋อร์จิ่ง และ หุบเขาเปลวไฟ) / Turpan

สถานที่อุดมสมบูรณ์กลางทะเลทราย-โอเอซิส ทูลูฟาน ตั้งอยู่ภาคตะวันออกห่างจากตัวเมืองอูหลู่มู่ฉีประมาณ 250 กิโลเมตร มีทางด่วนเชื่อมโยงในหุบเขาเปลวไฟเป็นแอ่งกะทะขนาดเล็กที่เกิดจากแป่นดินทรุดตัวในสมัย 200 ล้านปีก่อนหุบเขายาว 30 กว่ากิโบเมตร ลึกลงไปต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 154 เมตรท่ามกลางทะเลทรายที่แห้งแล้งที่สุดของประเทศจีน แต่กลับสามารถปลูกองุ่นพันธุ์ดีทั่วทั้งอำเภออย่างอุดมสมบูรณ์ แม้แต่ไม้ประดับเมืองริมถนนหรือกลางเกาะถนนก็ล้วนเป็นองุ่นทั้งนั้น ชาวบ้านเวยอูเอ่อร์เป็นชนเผ่าที่มีความสามารถในการร้องรำทำเพลงทุกบ้าน ทุกคอบครัวจะต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยเสียงเพลง และองุ่นที่หวานจับใจ

ชลประทานโบราณที่บึกลับและเป็นหนึ่งเดียว ข่านเอ๋อร์จิ่ง เนื่องด้วยทูลูฟาน เป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งที่สุดของประเทศจีน ชาวบ้านชนเผ่าเวยอู้เอ่อในทูลูฟาน เพื่อที่จะดำรงชีวิตท่ามกลางทะเลทรายที่ทุรกันดาร พวกเขามีภูมิปัญญาพิเศษ โดยขุดบ่อในทะเลทรายให้ลึก 8-10 เมตร ระหว่างบ่อกับ่อขุดอุโมงค์เชื่อมต่อกันในระยะ 50-80 เมตร จนถึงตีนเขาหิมะฉีเหลียนซาน ทดน้ำที่ละลายจากหิมะและน้ำแข็งอันบริสุทธิ์มาใช้บริโภคและทำไร่นาโดยมีชลประทานใต้ดินหลายร้อยสาย เชื่อมโยงติดต่อกันรวมกว่า 5,000 กม. เป็นโครงการใหญ่ที่สร้างมานานแล้วนับพันปี ไม่น้อยหน้ากว่ากำแพงเมืองจีนเลยทีเดียว


คาราเมย์ / Karamay

เมืองคาราเมย์ ตั้งอยู่แถบซินเจียงตอนเหนือ และอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของแอ่งจุง ซึ่งถือเป็นเมืองใหม่ในเขตทะเลทรายโกบี ที่ขึ้นตรงต่อส่วนกลางซินเจียง ชื่อเมืองในภาษาอุยกูร์มีความหมายว่า “ดำ” ที่นี่มีการขุดพบน้ำมันมานานมากว่า 30 ปีแล้ว

ปัจจุบันคาราเมย์ มีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นเมืองอุตสาหกรรมน้ำมัน เป็นแหล่งน้ำมันดิบที่ใหญ่มากแห่งหนึ่งของจีน มีกำลังการผลิตน้ำมัน 6.32 ล้านตันต่อปี เมืองคาราเมย์ยังเป็นเมืองสมัยใหม่ที่มีการวางผังเมืองอย่างเป็นระเบียบแบบแผน ตามผังเมืองสมัยใหม่ มีการสร้างเขื่อนเก้ามังกร เขื่อนชลประทานที่กักเก็บนัำไว้หล่อเลี้ยงชาวเมือง และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกด้วย นอกจากนั้นเมืองคาราเมย์ ยังมีบ่อน้ำมันดำที่มีน้ำมันผุดขึ้นมาตลอดเวลา เมืองนี้จึงจัดได้ว่าเป็นเมืองแห่งเศรษฐีอีกเมืองหนึ่งของประเทศจีน


เมืองปีศาจ / Ghost City

เมืองปีศาจ GHOST CITY ซึ่งอยู่ในเขตลมแรง เมื่อพันล้านปีก่อนพื้นที่บริเวณเมืองปีศาจเคยเป็นทะเลสาบที่มีน้ำใสสะอาด เป็นที่หากินของสัตว์โลกดึกดำบรรพ์ เช่น ไดโนเสาร์ เมื่อถึงยุค PTROSAURS และ STEGOSAURS เปลือกโลกมีการเคลื่อนตัวอย่างรุนแรง ทำให้ท้องทะเลสาบบริเวณนี้พลิกตัวกลับกลายเป็นทะเลทรายที่มีแอ่งหุบหินลึก เวลาและกระแสลมได้ขัดเกลาภูเขาหินเหล่านี้เป็นรูปร่างต่างๆ บ้างดูเหมือนหอสูง เหมือนเจดีย์ ปราสาท และอีกมากมายที่มีสีสันต่างๆ ปฏิมากรรมธรรมชาติเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่กลางทะเลทรายโกบี เป็นผืนแผ่นดินที่เกิดจากการกัดเซาะของกระแสลมทำให้เกิดเป็นรูปร่างต่างๆ เปรียบเสมือนดินแดนพิศวง บ้างเรียกว่า WIND CITY ชาวคาซัคเรียกที่นี่ว่า “SHAYITIKERXI” ชาวมองโกเลียเรียกว่า “SULUMUHAK” ซึ่งมีความหมายว่าเมืองปีศาจทั้งสิ้น กลางวันเมื่อลมพัดผ่านเม็ดทรายจะปลิวกระจายบังเกิดเสียงแว่วราวเสียงคำรามของเสือสิงห์ ในยามพลบค่ำรอบด้านมืดมิดบรรยากาศน่าสะพรึงกลัว เหมือนเสียงสะท้อนที่ก้องไปมา ทำให้รู้สึกขนลุก และนี่อาจเป็นที่มาของชื่อ “เมืองปีศาจ”


ธารน้ำห้าสี / Colorful Bay

ธารน้ำห้าสี เป็นธารน้ำที่อยู่ท่ามกลางหินสีทองริมลำธารพร้อมทั้งถูกล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ ที่มีความสมบูรณ์ตลอดแนวของธารน้ำที่มีความยาวไกลหลากกิโลเมตร เมื่อยามที่แสงอาทิตย์ส่องกระทบลำธารความมหัศจรรย์ของธารน้ำแห่งนี้ จะปรากฏเป็นสายรุ้งห้าสีจึงได้รับสมญานามว่า ธารน้ำห้าสี สู่สายตาของนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งให้ท่านได้ชม แกรนแคนยอน ที่เป็นหินหลากหลายสีอันสวยงามซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของสายน้ำและสายลม จึงทำให้เกิดเป็นรูปทรงต่างๆ เปรียบเสมือนอาณาจักรหินสีทอง ที่มีความยิ่งใหญ่ควรค่าแก่การเก็บรักษา จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งของซินเจียงที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนได้ยังไม่ขาดสาย


อุทยานคานาส/ Kanas

ดินแดนบริสุทธิ์แหล่งสุดท้ายของมวลมนุษยชาติ อุทยานคานาส ตั้งอยู่ภาคเหนือของอำเภอปู้เอ้อจิ้ง ห่างจากอำเภอเบอร์ชินไป 150 กิโลเมตร ทะเลสาบคานาสเป็นทะเลสาบบนภูเขาอาเอ่อไท่ (หรือเทือกเขาอัลไต) คำว่าคานาส เป็นภาษามองโกล หมายถึง ทะเลสาบในหุบเขา

ทะเลสาบคานาสสูงเหนือระดับทะเล 1,374 เมตร ส่วนลึกที่สุด 188.5 เมตร (ลึกที่สุดในจีน) กินพื้นที่ 45.73 ตารากิโลเมตร รอบๆบริเวณทะเลสาบคานาซเป็นภูเขาหิมะ มีทิวทัศน์สวยงาม ทะเลสาบคานาซมีพันธุ์ต้นไม้ที่มีค่าชนิดต่างๆ เป็นพันธุ์ไม้ที่รู้จักประมาณ 800 ชนิด สัตว์ป่า 39 ชนิด สัตว์ปีก 117 ชนิด สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 4 ชนิด ปลา 7 ชนิดและแมลงกว่า 300 ชนิด ในจำนวนนี้ มีสิ่งมีชีวิตที่มีเฉพาะในซินเกียงและในจีนเป็นจำนวนมาก ในทะเลสาบคานาส มีป่าไม้ทุ่งหญ้าและแม่น้ำ มีคุณค่าทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ธรรมชาติ ทะเลสาบคานาส มีรูปลักษณะยาวเหมือนฝักถั่ว เกิดจากธารน้ำแข็งปกคลุมแม่น้ำคานาสในยุดเมื่อประมาณ 20,000 ปีมาแล้ว คานาสเป็นทะเลสาบภูเขาสูง หนาแน่นด้วยพรรณไม้ ต้นหญ้าและดอกไม้ป่า มีหิมะและน้ำแข็งเกาะหนาแน่นในฤดูหนาว มีอุณหภูมิที่แตกต่างในฤดูร้อนและฤดูหนาว น้ำใสสะอาด สามารถเปลี่ยนเป็น สีดำ ฟ้า เขียวเข็ม ฟ้าคราม ขาวน้ำนม และสีชมพู จนมีคนตั้งฉายาว่า “ทะเลสาบเปลี่ยนสี” บางคนเรียกคานัสว่า “ทะเลสาบอสูรกาย” อาจเป็นเพราะเรื่องเล่าขานในนิยายพื้นบ้านของชนเผ่าถูหว่า ที่ว่าคานาสเป็นที่อยู่ของอสูรกายที่มีพละกำลัง สามารถเดินบนเมฆได้ กินม้า วัว และ แกะ ที่หากินอยู่ริมทะเลสาบเป็นอาหาร  ในปี 1985 ชาวรัสเซียผู้หนึ่งได้จับปลาที่มีขนาดใหญ่โตถึง 10-15 เมตร  มีน้ำหนัก 4 ตันได้ หลังจากนั้นนักวิทยาศาสตร์ช่างภาพ และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมได้เดินทางมาเพื่อพิสูจน์ค้นคว้าเสาะหาปลายักษ์ คงพบเพียงปลาพันธุ์พื้นเมืองชื่อ GIANT RED FISH ที่มีความยาวประมาณ 3-4 เมตรเท่านั้น หลายคนเล่าว่าเมื่อขึ้นไปบนภูเขาสูงและมองลงมาที่ทะเลสาบ เคยมองเห็นปลายักษ์แหวกว่ายไปมา ดังนั้นทุกวันนี้นอกเหนือจากการมาเที่ยวชื่นชมความงามของทะเลสาบและธรรมชาติโดยรอบแล้ว ยังมีผู้คนมากมายมาคอยเฝ้าดูการปรากฏตัวของปลายักษ์บนหอชมปลาอีกด้วย

 ทะเลสาบวงพระจันทร์หรือ เย้เลี่ยงวาน เป็นทะเลสาบที่มีตำนานเล่าขานว่าเป็นทะเลสาบที่มีรอยเท้าของเจงกิสข่าน ซึ่งบอกกันว่าเป็นรอยเท้าก่อนที่ท่านจะเดินทางขึ้นสู่สรวงสวรรค์ ซึ่งทะเลสาบแห่งนี้จะมีหลากหลายสีและสีของน้ำทะเลสาบนั้นเปลี่ยนแปลงไปตามอุณหภูมิ กับลักษณะของท้องฟ้าในยามนั้นถ้าท้องฟ้ามีลักษณะครึ้มสีของทะเลสาบแห่งนี้ จะมีสีฟ้าครามและในเวลาที่ท้องฟ้าแจ่มใสทะเลสาบนั้นน้ำจะมีลักษณะเป็นสีฟ้าใส แต่ความน่าอัศจรรย์ของทะเลสาบนี้จะอยู่ที่เมื่อทะเลสาบแห่งนี้แบ่งเป็น 2 สีในเวลาเดียวกัน จึงทำให้ทะเลสาบแห่งนี้ดึกดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนได้ไม่น้อยเลยที่เดียว

 ทะเลสาบมังกรหลับซึ่งทะเลสาบแห่งนี้ จะมีเกาะอยู่ตรงกลางของทะเลสาบ ดูคล้ายกับสันหลังของมังกร และเป็นวิวทิวทัศน์มหัศจรรย์ที่มีชื่อเสียงอีกจุดหนึ่งในอุทยานคานาสนี้


หมู่บ้านเหอมู่ชุน / Hemu Village

หมู่บ้านเหอมู่ชุน ตั้งอยู่ในหุบเหวเจียเติง ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลสาบคานาสกับแม่น้ำเหอมู่ ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,100-2,300 เมตร ที่นี่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ทุ่งหญ้าเขียวครึ้ม อุณหภูมิของน้ำที่ไหลผ่านเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืชพันธุ์ จึงทำให้มีผึ้งและแมลงที่สามารถนำมาสกัดเป็นยาที่มีคุณภาพดีอยู่ทีนี่

หมู่บ้านเหอมู่ชุนจัดว่าเป็นหมู่บ้านที่ได้รับความนิยมจากบรรดาช่างภาพที่รักการถ่ายภาพธรรมชาติ ต้องมาเยือนสักครั้งในชีวิต เพราะที่นี่สามารถเก็บภาพวิถีชีวิตของชาวพื้นเมือง และความลงตัวของธรรมชาติและสิ่งปลูกสร้างโดยมนุษย์ได้อย่างลงตัวที่สุด ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้ที่นี่จะเปลี่ยนสีอย่างสวยงาม เหมือนดั่งภาพวาดของศิลปินเอกอย่างหาที่ใดไม่ได้ในโลก


สุสานสนมเซียงเฟย/ Tomb of Xiangfei

สุสานสนมเซียงเฟย สุสานของพระสนมที่ได้รับการคัดเลือก และส่งเข้าถวายตัวกับเฉียนหลงฮ่องเต้ เล่ากันว่าเฉียนหลงฮ่องเต้ลุ่มหลงโปรดปรานพระนางมาก เนื่องจากมีกลิ่นกายหอมกรุ่นเหมือนกลิ่นดอกไม้ และเล่ากันอีกว่าเมื่อพระสนมเสียชีวิตลง เฉียนหลงฮ่องเต้ได้จัดขบวนทหาร 66,660 คน ส่งศพนางกลับบ้านเกิดที่ค้าชการ์ เนื่องจากหนทางจากเมืองหลวงมาถึงชายแดนค้าชการ์ห่างไกลทุรกันดาร เมื่อถึงค้าชการ์คงเหลือนายทหารร่วมขบวนเพียง 6 คนเท่านั้น ตัวสุสานภายนอกก่อสร้างเป็นยอดโดม ประดับภายนอกด้วยกระเบื้องหินหลากสี ภายในเก็บรักษาดูแลศพในตระกูลของพระสนมเซีบงเฟยถึง 5 รุ่น


ทะเลทรายทากลามากัน / Taklamakan Desert

ทะเลทรายทากลามากัน (Taklamakan Desert) หรือ ทะเลทรายทากลิมากัน(Taklimakan Desert) เป็นทะเลทรายขนาดใหญ่ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ประเทศจีน มีพื้นที่ 268,680 ตารางกิโลเมตร เท่ากับประเทศนิวซีแลนด์ เป็นพื้นที่ในเส้นทางสายไหมระหว่างจีนกับเมดิเตอร์เรเนียนตะวันตก ชื่อทะเลทรายมาจากภาษาอุยกูร์แปลว่า เข้าแล้วออกไม่ได้ ทะเลทรายทากลามากันมีระดับอยู่ต่ำกว่าน้ำทะเล 150 เมตร ในบางครั้งอาจมีอุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเซลเซียสนานหลายสัปดาห์ แต่ในทะเลทรายยังมีโอเอซิสหลายแห่ง เช่นที่เมืองทูรฟานและคูกานอกจากนี้ในโอเอซิสยังนิยมปลูกองุ่นและแตงโม ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นแตงโมที่หวานที่สุดในโลกอีกด้วย


นครเมืองหิน หรือ สือโถวเฉิง / Stone City

นครเมืองหิน หรือ สือโถวเฉิง Stone City เมืองหินตั้งอยู่บนเนินเขาตอนเหนือของตัวเมืองมีแพงล้อมรอบตัวนครเป็นรูปสี่เหลี่ยม ในสมัยราชวงศ์ฮั่น นครเมืองหินเคยเป็นเมืองนครของอาณาจักรผู่ลี่ หนึ่งอาณาจักรทางทิศตะวันตกในยุคที่ซินเกียงยังเป็น36 ประเทศ ต่อมาในสมัยราชวงศ์หยวน มีการบูรณะเมืองรอบนอกบริเวณกำแพงเมืองหิน ในปัจจุบันคือเขตเมืองเก่าของถ่าซื่อกู้เอ่อร์กั้น หลังจากนั้นมีการสร้างที่ทำการของรัฐบาลส่วนกลาง สร้างแค้มป์ทหารและสร้างเขตเมืองใหม่ ในสมัยราชวงศ์ชิงนครเมืองหินล่มสลายและถูกทำลายลง แต่ผู้คนที่เมืองคัชการ์ เมืองเย่เฉิง เมืองซาเชอ ผู้คนในแถบที่ราบสูงพลาเมียร์ และชาวปากีสถานแถบชายแดนช่องเขาคุนเจอรับพาส ยังคงจำได้ถึงความรุ่งเรืองในอดีตของนครเมืองหิน STONE CITY พ่อค้านักเดินทางผู้ค้นหาแผ่นดินใหม่ระดับโลก เช่น มาร์โคโปโล และพระถังซำจั๋ง (เสียนจง) ก็เคยย่ำเท้าผ่านนครเมืองหินมาแล้ว ด้านหลังนครเมืองหิน จะมีทุ่งหญ้าสีเขียว มีกระโจมของเผ่ามองโกล เลี้ยงสัตว์จำพวกแพะ แกะ ลา ลอบๆเป็นภูเขาสูงทอดยาว และสามารถมองเห็นนครเมืองหินเด่นชัด และเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพอีกแหล่งหนึ่ง


หมู่บ้านพรม

หมู่บ้านพรม บ้านทำพรมทอมือ ทอพรมเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านของเหอเถียนที่มีชื่อมายาวนาน ตั้งแต่ยุคเส้นทางสายไหม พรมบางผืนทอมือชิ้นเดียวใหญ่ขนาด 20 X 50 เมตร มีหลักฐานเชื่อได้ว่าเหอเถียนเป็นแหล่งผลิตพรมทอมือที่เก่าแก่ที่สุดของจีน นับย้อนไปถึง 2,000 ปี ในยุคของนครนียา พรมซินเจียงมีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศ ด้วยพื้นพรมที่มีความเงางามแวววาว และมีความนุ่มนวลทนทาน สวยงามสดใสด้วยลวดลายและสีที่สว่างโดดเด่น การใช้ภาพ สีและลายที่แสดงออกถึงลักษณะเฉพาะของท้องถิ่นอย่างเด่นชัด เป็นผลงานหัตถกรรมที่มีความเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำแบบใครในตลาดอุตสาหกรรมพรมสากล จึงเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของซินเจียง โดยผู้ใช้ทั่วโลกรู้จักกันพรมในนาม “สไตล์ตะวันออก” พรมของซินเจียงได้ถูกส่งออกไปยังประเทศในแถบยุโรปและอเมริกาในช่วงศตวรรษที่ 16 เพื่อศตวรรษที่ 19 ได้พรมที่ส่งออกไปยังแถบยุโรปในอดีตได้ถูกรวบรวมไว้ในพิพิธภัณฑ์ต่างๆของอังกฤษและเยอรมนี

 








บริษัท แกรนด์ ทัวร์ แอนด์ เทรด จำกัด

Grand tour & trade Co., Ltd

ที่อยู่ : ที ซี กรีน อาคาร B 276/6 ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม.10310
Tel: 0-2116-5291-4 สายด่วน 086-3401100 , 086-3402200 , 086-3786040
E-mail : info@grandtourandtrade.com , info@grandtourchina.com

 
  
view